2007/Mar/25

๒๕ มีนาคม : สมโภชเทวฑูตถือสารมาแจ้งแก่พระนางมาีรีอาพรหมจารีย์

ในพระศาสนจักรยุคก่อน ๆ เช่น ในศาสนจักรที่เมืองราแวนนาและที่เมืองมิลาน ก่อนวันฉลองพระคริสตสมภพเล็กน้อยจะมีการฉลองธรรมล้ำลึกแห่งการเสด็จมา
รับบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระบุตรพระ เจ้า แต่ต่อมาภายหลังพระศาสนจักรได้เลื่อนมา
เป็นวันที่ 25 มีนาคม
คือ 9 เดือนก่อนวันฉลองพระคริสตสมภพ

พระเจ้ามิได้เสด็จมาในโลกนี้โดยการบังคับ
พระองค์ทรงประสงค์คำตอบรับจากพระนางมารีย์
เพื่อว่าพันธสัญญาจะได้สำเร็จบริบูรณ์ไป ประชากรแห่งพระสัญญาอยู่ในตัวพระนางไม่ว่าจะเป็นประชากรเก่า (พวกฮีบรู)
หรือประชากรใหม่ (พระศาสนจักร) ก็ตาม
เพราะว่า “พระเจ้าอยู่กับพระนาง” ซึ่งหมายความว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของเราและเราเป็นประชากรของพระองค์

วจนพิธีกรรมของวันนี้ซึ่งเป็นวันฉลองพระเยซูคริสตเจ้าได้หันความสนใจของเรา
ไปสู่ธรรมล้ำลึก แห่งปัสกา การตอบรับน้ำพระทัยของพระเจ้าของพระบุตรนี้ ได้ทำให้พระองค์เสด็จเข้ามาสู่โลกนี้ ตามที่ ได้จารึกไว้ในพระคัมภีร์ว่า “นี่แน่ะลูกมาเพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระองค์” ( สดด. 39;ฮบ. 10: 4 -10 ) และพฤติกรรมประการนี้ของพระบุตรได้รับคำตอบจากพระบิดาคือ หลังจากที่พระบุตรได้ทรงรับทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอันเป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระบิดาเจ้า
พระองค์ (พระบิดาเจ้า) ก็ได้ทรงประทับตราการช่วยให้รอดสำหรับมนุษย์ทุกคน โดยผ่านทางพระศาสนจักรด้วยการเสด็จกลับคืนชีพของพระบุตรในพระจิต

การเสด็จมารับบังเกิดเป็นมนุษย์ยังเป็นธรรมล้ำลึก
ของการร่วมมือในการช่วยให้รอด
ที่เปรียบเสมือนของประทานจากพระเจ้า
ซึ่งพระนางมารีย์มีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วย และได้เป็นที่เปิดเผยแก่เราว่า
พระเจ้าเพื่อที่จะช่วยเรามนุษย์ให้รอดนั้น
ได้ทรงเลือกเอาวิธีการที่จะต้องผ่านทางมนุษย์
โดยความเต็มใจของมนุษย์เอง

“...และพระวจนาตถ์ได้ทรงรับเอากายและประทับอยู่ท่ามกลางเรา...
และเราได้แลเห็นพระเกียรติมงคลของพระองค์” (ยน. 1: 14)

การที่เรากล่าวซ้ำอยู่เสมอๆ ในการถวายบูชามิสซาว่า “พวกท่านจงทำสิ่งนี้เป็นการระลึกถึงเรา”
พระเยซูคริสตเจ้าต้องการสอนเราว่า เราต้องรู้จักให้เนื้อและเลือดหรือแม้แต่ชีวิตเรา
แก่บรรดาพี่น้องของเราด้วยขอให้เราทุกๆคนจงช่วยกัน
ทำให้การช่วยให้รอดของพระผู้เป็นเจ้าได้เป็นที่เชื่อถือได้
ในการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระนางพรหมจารีมารีอา
ที่ตอบรับเทวทูตว่า “จงเป็นไปแก่ข้าพเจ้าตามวาทะของท่าน” ในการทำหน้าที่แม้ที่เล็กน้อยและที่ต่ำต้อยที่สุดในฐานที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง
และเป็นคริสตชนคนหนึ่งอย่างดีด้วยเถิด

(ข้ิอมูล : อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ)


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

นักบุญลูกา ได้บันทึกไว้ในพระวรสารของท่านว่า
" ทูตสวรรค์กาเบรียล ได้รับพระบัญชาจากพระเป็นเจ้าให้ไปยังเมืองหนึ่ง ชื่อนาซาแร็ธในแคว้นกาลิลี เพื่อแจ้งสารแก่นางพรหมจารีคนหนึ่ง
ซึ่งเป็นคู่หมั้นของโยเซฟ ผู้สืบตระกูลดาวิด พรหมจารีนั้นชื่อ มารีย์

ทูตสวรรค์เข้าบ้านมาหาหญิงพรหมจารีนั้นแล้วกล่าวว่า
" ขอวันทาท่านผู้เปี่ยมด้วยหรรษทาน พระเจ้าสถิตกับท่าน "

เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ นางพรหมจารีตกใจ ไม้แจ้งว่าคำปราศัยนี้ดีร้ายอย่างไร เทวดาจึงกล่าวว่า

" อย่ากลัวเลย มารีย์ท่านเป็นที่พอพระทัยยิ่งของพระเป็นเจ้า ท่านจะทรงตั้งครรภ์และบังเกิดบุตรชายคนหนึ่ง
ซึ่งท่านจะตั้งชื่อว่า " เยซู " กุมารนี้จะเป็นใหญ่
และจะได้ชื่อว่าพระบุตรแห่งพระเจ้าสูงสุด และพระผู้เป็นเจ้าจะทรงมอบพระราชบัลลังก์ของดาวิดผู้บรรพบุรุษ
แก่พระองค์ พระบุตรนั้นจะสืบราชสมบัติของยาโคบตลอดนิรันดร รัชสมัยของพระองค์จะมิรู้สิ้นสุด"

พระนางมารีย์ตอบเทวดาว่า
" ข้อนี้จะเป็นไปได้อย่างไร เหตุว่าข้าพเจ้าถือศีลพรหมจรรย์ ?"

เทวดาตอบว่า
" พระจิตเจ้าจะเสด็จมาเหนือท่านและฤทธานุภาพ
ของพระเจ้าสูงสุดจะฉายเงาปกคลุมท่าน
ฉะนั้นบุตรที่จะเกิดมาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์
ิ์เป็นพระบุตรของพระเจ้า
เดี๋ยวนี้ นางเอลีซาเบ็ธญาติของท่านก็ได้ตั้งครรภ์กุมารหนึ่ง
แม้นางจะแก่ชรา และใครๆ ว่าเป็นหมัน
นางก็ตั้งครรภ์เข้าเดือนที่หกแล้ว
เหตุว่าไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้สำหรับพระเป็นเจ้า "

นางมารีย์จึงตอบว่า
" ข้าพเจ้าคือผู้รับใช้ของพรเจ้า จะเป็นไปแก่ข้าพเจ้าตามวาทะของท่าน "
แล้วเทวดาก็จากไป

( ลก.1: 26 -3 8 )



ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้เราทั้งหลายเดินตามน้ำพระทัยของพระองค์
เฉกเช่นเดียวกันกับพระนางศรีมารีอาผู้ทรงบุญ
ขอให้เรานอบน้อมถ่อมตน ใสสะอาด
และปฏิบัติตามเส้นทางที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้
เป็นทาสความรักที่พร้อมจะปรนนิบัติ
และเดินตามพระเมตตาของพระองค์
อย่างเต็มใจด้วยเทอญ อาแมน
...................................................................
Ave Maria, gratia plena,
Dominus tecum.
Benedicta tu in mulieribus
et benedictus fructus ventris tui Jesus.
Sancta Maria Mater Dei
Ora pro nobis peccatoribus
nunc et in hora mortis nostrae. Amen.


Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket





..................
และสุดท้ายเนื่องในวันที่ 25 มีนาคม เช่นกัน
สุขสันต์วันเกิดนี้ กี้ ขอให้มีึความสุขนะ
พระคุ้มครอง มีความสุขกับความรักนะวุ๊ย
19 แล้ว...แก่แล้วอ่ะ เหอๆ วัย freshman ก็กำลังจะหมด
เอาเป็นว่าสุขสมหวังนะเพื่อนรัก อิอิ


2007/Mar/21

ปฐมลิขิต
ขอความกรุณาอ่าน "คำแนะนำ" ในการอ่าน BLOG นี้ก่อน


ชีวิต: ความหวังที่รอคอยการหยิบยื่น

ชีวิต
ความหวังที่รอคอยการหยิบยื่น
จงปิดเปลือกตาแล้วสงบนิ่ง
พึงสดับในสิ่งที่ฉันให้สดับ
พึงทำในสิ่งที่ฉันให้ทำ
พึงอยู่ในอาณาจักรที่ฉันสร้าง
ชีวิต
ความหวังที่รอคอยการหยิบยื่น
เธอจงรอคอยต่อไปตราบชีวิตจะมอดดับ
และฝังร่างลงไปในสุสานแห่งความสูญสลาย
ไม่นานวัน, ไม่นานวัน...
ชีวิต
ความหวังที่รอคอยการหยิบยื่น
หากเธอยังมีชีวิตที่เคลื่อนไหว
ฉันยังคงหล่อเลี้ยงวิญญาณเธอด้วยถ้อยคำปรารถนาดี
หากเธอหิว
จงเดินทางออกไปแสวงหาอาหาร
ในรกชัฏดินแดนแห่งเสรีภาพ
ของความหิวโหย



......................................................................................................

Blog ครั้งที่แล้ว เล่าถึงสิ่งที่ "อยากทำ" และ "กำลังลองทำ"
คือเรื่องเกี่ยวกับ "สิทธิมนุษยชน"
ซึ่งตอนนี้สนใจ และกำลังลองเอาตัวลงไป
อย่างน้อยตอนนี้ก็อยากทำอยูู่่
วันไหนความอยากหมดไป...เลิกทำก็ยังไม่สาย!


ก็ไม่มีอะไรมาก บอกแล้วว่าไม่ใช่อุดมการณ์
แค่รู้สึกว่า.............>>>


ควรได้รับการปกป้อง
โดยเฉพาะ "สวัสดิการ"....และสิทธิในการออกเสียง...
ก็ในเมื่อจ่ายภา๋ีษีไปแล้ว...แม้จะน้อยนิด...แต่เขาก็มีแค่นั้น
เขาก็ควรจะได้...ในสิ่งที่ประชากรแห่งรัฐคนหนึ่งจะได้
และถึงแม้เขาจะไม่ได้เสียภาษี....แล้วอย่างไรล่ะ
เขาไม่ควรจะได้?....หรือควรจะได้น้อยกว่าคนอื่น..?
....ก็ในเมื่อเขาเกิดมาในรัฐนี้....ในเมื่อเขาไม่มี..
ใครล่ะรับผิดชอบ ? .....ก็ไม่ใช่คน(หรือกลุ่มคนหรือหน่วยงาน)..
ที่ทำให้เขาเหล่านั้นเกิดมาบนความไม่มี....หรอกหรือ
ถ้าไม่ถูกเอาเปรียบ ไม่ถูกเสี้ยมสอน ไม่ถูกบังคับให้ตามคลื่นสังคม
.....เขาอาจจะไม่เป็นอย่างนี้....ถ้าเช่นนั้นแล้ว ใครล่ะรับผิดชอบ

เคยมองหรือไม่....คนแก่ๆ ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง
คนพิการที่ต้องขอทานตามสะพานลอย
เด็กๆ ที่ต้องขายพวงมาลัยตามท้องถนน
แปลกใจหรืิอไม่แล้วบ้านราชวิถี สถานสงเคราะห์คนชรา ฯลฯ
ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมามากมาย เขียบงบเบิกแต่ละครั้งไม่ทราบกี่้ร้อยล้าน
แต่บ้านสวัสดิการเหล่านั้นกลับว่าง ?
ทำไม.....เพราะอะไร.....ทำไมเขาเหล่านั้นไม่ได้ไปอยู่
หรือทำไมมีโอกาสได้อยู่แล้วไม่อยากอยู่ ?
เพราะอะไร....เคยมีใครสงสัยหรือไม่
ทำไมเขาเหล่านั้นถึงยังต้องลำบาก ...... สวัสดิการแห่งรัฐ
สิทธิมนุษยชนตามสัญญาของรัฐที่ "ต้อง" (ไม่ใช่ควร) จะให้ "ประชากร"
เกิดอะไรขึ้นกับมัน

หรือว่า...."ก็ไม่เห็นต้องสนใจ" ?
ก็ในเมื่อคนเหล่านี้...."ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง"...
หรืออย่างน้อย...ก็คงไม่ไปเลือกตั้ง...นั่นสินะ
"ไม่มีผลต่อการได้เสียของท่านๆ ทั้งหลาย"....นี่นา
และถึงจะมีผลต่อความมั่นคงของเก้าอี้ท่าน...
ก็ 100,....200....เอาเถอะอย่างมากก็ 2,000 ก็...
"ก็ตัดสินใจ(โง่ๆ)เลือก" ท่านทั้งหลายแล้วนี่(บางครั้งไม่ได้เลือก)
ส่วนจากนั้นไป.....ช่างมัน!

แล้วทำอย่างไรล่ะ ?.....นั่นสินะ....
ก็เป็นเบี้ย เป็นคนต่ำๆ ไร้สาระ ต่อๆ ไปแล้วกัน
............ไม่ใหญ่ ไม่โต ชาตินี้อย่างไรก็อดสุขสบาย
ทั้งที่....คนเหล่านี้ล่ะ มีความเป็นประชาธิปไตย....(หรือคอมฯ)
ที่ท่านทั้งหลายพูดนักพูดหนาว่าชื่นชมที่สุด
เพราะ....คนเหล่้านี้ไม่เคยผูกขาดประเทศ
(อ้อ..ท่านบอกให้เรียกราชอาณาจักร)
ไว้กับตัวเอง....

คนจนเสียภาษีน้อยควรได้น้อย...คนรวยเสียภาษีมากควรได้มาก
...ถูก.......ถ้าคิดอย่างเห็นแก่ตัว
ในความเป็นจริง.....ประชากรทุกหมู่เหล่า....ศาสนา อาชีพ ....
หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนประชากร...เขาก็ควรได้
ได้เท่าๆ กัน ...........สวัสดิการเท่าๆ กัน
มีสิทธิที่จะ กิน อยู่ นอนหลับ ทำมาหากิน รักษาโรค และการบริการต่างๆ
"เพีัยงพอสำหรับที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะได้"
และ "ได้เท่าเทียมกัน"


..................หรืออย่างไร?


.......................................
เพลงฉันคือประชาชน : พงษ์สิทธิ์ คำภีร์


2007/Mar/20

นักเดินทาง...


ชีวิตหนึ่งปีในมหาวิทยาลัยที่ขนานนาม "ตนเอง" ว่า "เลื่องชื่อ" ..
และ "เปี่ยมล้น" ไปด้วย "จิตวิญญาณ" และ "เสรีภาพ"
...ซึ่งจะมีจริงหรือไม่...ขณะนี้ย่อมไม่ใช่ประเด็น

เคยถามตัวเอง...ว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร...แต่สุดท้ายคำถามนั้นก็หายไป
เพราะพบคำตอบว่า "เกิดมาเพื่อทำในสิ่งที่ควรทำ"
แต่เกิดคำถามใหม่ "จุดหมายของชีวิตเราคืออะไร".."อะไรคือสิ่งที่เป็นเรา"

ใช่...อะไรคือสิ่งที่เป็นจุดหมายของชีวิตเรา...อะไรที่ "ใช่" และ "เหมาะ" กับเรา

...............จึงเริ่ม "เดินทาง"...............

ไม่บังอาจเรียกตัวเองว่า "ผู้แสวงหา" ที่แท้จริง...เพราะเราก็แค่เด็กหัดเดิน
แต่ขอเรียกตัวเองว่า "นักเดินทาง"...มีใครหลายๆ คนถาม ถามว่าทำไปทำไม
เดินทางเพื่ออะไร....ค้นหาอะไร....มีอุดมการณ์หรือ...อยากแสดง?

ความจริงไม่ใช่!..... ที่เราทำไปไม่ได้ทำเพื่อใครเลย...ทำเพื่อตัวเองต่างหาก
ทำเพื่อตัวเอง.....ว่าเราเหมาะกับจุดไหน ควรจะยืนและเฝ้ามองตรงไหน
ควรทำอะไร....อะไรที่ทำให้เรามีความสุข......

หลายๆ ครั้งคิดว่าการเดินทางของเราคืออุดมการณ์...แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่
ถึงใช่มันก็เหมือนคลื่น...ตอนนี้มันมาแรง....ก็แรงไป
ซักวันมันก็อาจจะหมดไป...ซึ่งถ้าวันนี้มันมาแรง...ก็โต้ไปกับมันก่อนแล้วกัน

การเดินทางหนึ่งปีของเราวุ่นวาย..สับสน หกล้ม ตกหลุม บางครั้งถึงขั้นตกเหว
......อยากบอกเพื่อนร่วมเดินทาง..ที่อาจจะไม่รู้ตัวในระหว่างหนึ่งปีมานี้
ว่าขอบคุณมากที่ร่วมเดินทาง...และขอโทษที่ทำให้ผิดใจหลายๆ ครั้ง
ไม่ว่าจะ...
การเดินทางกับชุมนุมส่งเสริมพุทธศาสตร์และประเพณี ในค่ายสมาธิ และไหว้ครู มธ.
การเดินทางกับสันทนาการนิติธรรม หลายๆ ครั้ง และทำให้เพื่อนๆ ผิดใจบ่อยมาก
การเดินทางกับคณะกรรมการ นศ. นิติศาสตร์ มธ. ทั้ง freshman's game นิติสัมพันธ์ precamp open house etc.
การเดินทางกับกลุ่มศึกษากฎหมายภาคปฏิบัติ นิติศาสตร์ มธ. ทั้งกศป. และค่ายสร้างฯ
การเดินทางกับชมรมคาธอลิค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การเดินทางกับมูลนิธิบ้านเซเวียร์
การเดินทางกับสมาคมเด็กลำปางที่โดมลำปาง ในการแนะแนวเด็กๆ
การเดินทางกับกลุ่มไม้ขีดไฟ
การเดินทางกับชุมนุมวรรณศิลป์
การเดินทางกับโต๊ะข้างลิฟต์ นิติศาสตร์ มธ.
การเดินทางกับวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า
การเดินทางกับวัดแม่พระฟาติมา
การเดินทางกับวัดพระมหาไถ่
การเดินทางกับกลุ่มเครือข่ายเฝ้ามองมหาวิทยาลัยนอกระบบ
การเดินทางกับกลุ่มอนุรักษ์ท่าพระจันทร์
การเดินทางกับกลุ่มอิสระเพาะรัก
การเดินทางกับฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ คณะนิติศาสตร์ มธ.
การเดินทางกับฝ่ายทะเบียน กน. คณะนิติศาสตร์ มธ.
การเดินทางกับชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท
และการเดินทางอีกหลายๆ ครั้งที่อาจจะไม่ได้กล่าวถึง

เราภูมิใจที่เดินทางร่วมกัน...และขอบคุณและขอโทษกับทุกๆ อย่าง
....แต่สุดท้าย......เราก็ยังไม่พบสิ่งที่เรากำลังหา.....
แต่อย่างน้อย...เราก็ค้นพบ...พบบางอย่างที่เราคิดว่ามีความสุข
"งานอาสาสมัครเพื่อสิทธิมนุษยชน" ไม่ว่าจะในรูปแบบค่ายสร้างฯ
และอาสาสมัครระยะสั้นหรือระยะยาวเพื่อคนที่ไม่ได้การปฏิบัติ
อย่างถูกต้อง...และเราตัดสินใจจะเรียนสายมหาชน เพื่องานนี้
ไม่ได้บอกว่าเรามีอุดมการณ์...แต่อยากบอกว่าเรามีความสุขกับมัน
สนุกสนาน...และรักมัน....ซึ่งมันอาจจะหายไปเมื่อไหร่...ค่อยว่ากัน
และอีกความสุข คือ "ความสุขในการเข้าเฝ้าพระเจ้า"


ขอบคุณอีกครั้ง.....ขอบคุณเพื่อนและพี่ๆ หลายๆ คน
ขอบคุณมากๆ ที่ร่วมเดินทาง แม้จะไม่รู้ตัวหรือไม่ตั้งใจ....ขอบคุณมากๆ
และคงต้องเตรียมเดินทาง....ต่อไป